วิธีเลือกบริโภคผักได้อย่างปลอดภัย

Spread the love

การเลือกบริโภคผักให้ปลอดภัยทุกคนควรจะพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ คือมีสภาพสด สะอาด ไม่เหี่ยวเฉาไม่ช้ำจนเกินไป หรือไม่มีสีเหลืองปราศจากเชื้อรา ซึ่งอาจจะมองเห็นเป็นเมือกลื่น ๆ ตามใบ และสิ่งที่สำคัญควรเลือกซื้อจากแหล่งที่ปลอดภัยเท่านั้นและควรเป็นผัก  ผักออแกนิก (Organic) ดีที่สุด เพราะเป็นผักอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ลักษณะเด่นก็คือเวลาปลูกจะไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ เลย เหมือนกับเติบโตขึ้นมาจากธรรมชาติ ผู้ที่ปลูกผักออแกนิกนี้ จะมีการดัดแปลงสภาพต่างๆ เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ ตั้งแต่ การใช้ปุ๋ยธรรมชาติในดิน มีการบำรุงรักษาดิน มีอากาศ ความชื้น น้ำ และอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักให้พืชออแกนิก เจริญเติบโตขึ้นมาให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด และการเลือกบริโภคผัก จึงมีความสำคัญมากและควรทำดังนี้

  1. ควรรู้จักแหล่งที่มาของผักที่ซื้อ ควรมีการรับรองแหล่งที่ปลูก หรือผู้บริโภคควรรู้จักแหล่งที่ปลูกผัก และอีกหนึ่งวิธีคือ การปลูกผักกินเอง คนเมืองสามารถทำได้แม้มีพื้นที่จำกัด

2. ผักมีรูพรุนใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป ตามหลักความเป็นจริงของการปลูกผัก เพราะอาจเกิดจากการฉีดยาฆ่าแมลงหลายครั้งแต่ไม่สามารถป้องกันแมลงได้ การดมกลิ่นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ หากผักมีกลิ่นฉุนรุนแรง แสดงว่าผักมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่

3. กินผักให้ถูกต้องตามฤดูกาล  เป็นวิธีที่เหมาะสมมาก เพราะผักที่ปลูกตามฤดูกาลสภาพอากาศจะเอื้ออำนวยกับการเติบโตของผัก ทำให้มีการฉีดยาฆ่าแมลงน้อย อย่างเช่น ฤดูร้อน สามารถกินชะอม ถั่วพู ถั่วฝักยาว แต่ไม่ควรกินผักคะน้า กวางตุ้ง คื่นฉ่าย แต่ฤดูหนาวสามารถกินคะน้า บล็อกโคลี่ได้ ส่วนฤดูฝน สามารถกินได้เกือบทุกชนิด แต่ควรระวังสารเคมีตกค้างจาก ยากันเชื้อรา เพราะฉะนั้น ควรล้างผักก่อนกินทุกครั้ง นอกจากนี้ควรหันมาบริโภคผักพื้นบ้านให้มากขึ้นเพราะไม่มีสารเคมีตกค้าง อย่างเช่น ตำลึง กระถิน หัวปลี สะเดา ผักกูด เป็นต้น

4. ปลูกผักทานเอง  ทุกคนรู้ดีว่าผักที่ซื้อจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เกต ไม่ได้ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงเสมอไป และวิธีที่ดีกว่าการเสี่ยงต่อสารเคมีสะสม คือการปลูกผักไว้กินเอง เพราะเราสามารถดูแลควบคุมคุณภาพได้อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน และไม่ต้องกังวลใจเรื่องสารเคมีใด ๆ อีกด้วยและตามปกติ ผักจะสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเด็ดออกจากต้น และเสียเพิ่มเติมในขั้นตอนการปรุงอาหาร ดังนั้นหากเราซื้อผักจากร้านข้างนอก ที่ใช้เวลาขนส่งและถูกแช่ไว้ในตู้เย็นเป็นเวลานานกว่าจะถึงมือเรา ผักเหล่านี้แทบไม่เหลือคุณค่าอาหารใด ๆ เลย นี่คือเหตุผลว่าทำไมการปลูกผักกินเองจึงดีกว่า เพราะนอกจากจะกรอบอร่อยเพราะความสดใหม่กว่าแล้ว ยังลดโอกาสในการสูญเสียคุณค่าทางอาหารให้น้อยลงอีกด้วย

5. การล้างผักเป็นวิธีที่ลดสารพิษในผักลงได้ วิธีล้างผักที่ควรทำคือ ล้างผักในน้ำไหลจากก๊อกก่อนทุกครั้ง และค่อยแช่ผัก ไม่ควรแช่ผักในอ่างล้างทันที หากน้ำที่ล้างมีกลิ่นเหม็นฉุน แสดงว่าผักที่ซื้อมามียาฆ่าแมลงปนเปื้อนอยู่ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1. ล้างด้วยน้ำไหลเพื่อขจัดคราบของดิน สิ่งสกปรก แบคทีเรีย และเชื้อต่างๆ ตลอดจนสารพิษบางส่วน

2. แช่ผักและผลไม้ในน้ำส้มสายชู นาน 10-15 นาที ถ้าไม่มีน้ำส้มสายชูก็อาจใช้น้ำด่างทับทิมหรือโซเดียมไบ     

         คาร์บอเนตอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แต่ประสิทธิภาพจะน้อยกว่าการใช้น้ำส้มสายชู

3. ล้างด้วยเครื่องล้างผักโอโซน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *